Sometimes, We Are Et...
29 minutes
, 0.0 km away
age 100
male
promo votes
2175
all votes
3586
- Pinned

Sometimes, We Are Eternal คุณออกไปยืนจิบกาแฟริมระเบียงทุกเช้าตรู่ แสงเช้าอาบไล้เรือนผมปรกไหล่ โมงยามนั้น ความทรงจำขึงผ้าใบรอชีวิต เราจะแต่งแต้มสีสันใดลงไปบ้าง รสจูบที่ถักทอจากเช้าหนึ่งสู่เช้าหนึ่ง และอ้อมกอดที่ทบทวีขึ้นทุกวัน เนิ่นนานกว่าที่คุณจะค้นพบบ้าน ตื่นขึ้นในห้องที่ปลอดโปร่ง และใครสักคนที่จะแบ่งปันทุกสิ่งทุกอย่างด้วยกัน แสงเช้าอาบไล้เรือนผมปรกไหล่ อ้อมกอดที่ถักทอจากเช้าหนึ่งสู่เช้าหนึ่ง และรอยจูบที่ทบทวีขึ้นทุกวัน - Pinned

Sometimes, We Are Eternal คุณอาจจะกอด (hug) กับใครได้หลายคน แต่จะมีอยู่ไม่กี่คนที่ทำให้รู้สึกถึงการโอบกอด (embrace) อย่างแท้จริง คุณอาจได้เจอคนๆ นั้นแค่ครั้งเดียวในชีวิตหรือแค่ชั่วขณะหนึ่งที่รู้สึกว่า ณ ห้วงเวลานี้คุณได้อยู่ใจกลางที่ลึกที่สุดของโลกใบนี้แล้ว คนที่มอบความอบอุ่น ความเข้มแข็ง และความมั่นใจว่าโลกนี้ไม่สามารถทำร้ายคุณได้อีกต่อไป และโลกก็ไม่สามารถทำร้ายคนๆ นั้นได้เช่นกัน เพราะในห้วงเวลานี้เราโอบกอดกันอยู่ใจกลางที่ลึกที่สุดของโลก ส่วนที่โลกเอื้อมมือของมันมาไม่ถึง - Pinned

Sometimes, We Are Eternal  . “ผมอยากบอกคู่รักคู่นั้นว่าอย่าไปยึดกับคำสัญญาที่ให้กัน สิ่งที่จะประคองชีวิตคู่ให้ยืนยาว คือการดูแลและรับรู้ รับรู้ว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลง คำสัญญาไม่ช่วยอะไรเลย เมื่อหมดฤดูใบไม้ผลิคุณจะไปคาดหวังให้ต้นไม้ผลิดอกไม่ได้ เพราะดอกของมันจะกลายเป็นผล แล้วสุดท้ายผลก็จะร่วงหล่นไป จากนั้นก็เหลือเพียง ‘สวนที่ไร้ใบ’ ... มันเป็นบทกวีเปอร์เซียน่ะ สวนที่ไร้ใบก็ใช่ว่าจะไร้ความงาม” — Certified Copy (2010) - Pinned

Sometimes, We Are Eternal "การรักใครสักคนก็เหมือนการย้ายเข้าบ้านใหม่ ตอนแรกคุณก็จะตกหลุมรักของใหม่ๆ ทุกอย่าง ตื่นเต้นทุกเช้าว่าทุกอย่างเป็นสมบัติของคุณ ราวกับคุณกลัวว่าจะมีใครพรวดพราดเข้ามาในบ้านแล้วชี้แจงว่าคุณเข้าใจผิดไปเองทั้งหมด คุณไม่สมควรได้อยู่ในบ้านที่แสนสุขสบายขนาดนี้หรอก แต่พอผ่านไปหลายปีเข้า ผนังบ้านก็เริ่มซีด ไม้ก็ผุตรงนั้นบ้างตรงนี้บ้าง แล้วคุณก็เริ่มที่จะรักบ้านหลังนี้ ไม่ใช่ด้วยเหตุที่มันสมบูรณ์แบบ แต่รักความไม่สมบูรณ์แบบของมันมากกว่า คุณรู้จักทุกโพรงและทุกรอยแตก รู้ว่าต้องทำอย่างไรไม่ให้กุญแจติดอยู่ในรูกุญแจเวลาข้างนอกอากาศหนาว รู้ว่าไม้กระดานแผ่นไหนเหยียบแล้วจะยวบ และรู้ว่าจะต้องเปิดประตูตู้อย่างไรไม่ให้มันส่งเสียงดัง ความลับเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เองที่ทำให้บ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณ" . ― Fredrik Backman, A Man Called Ove 
Sometimes, We Are Eternal โลกนี้มีทั้งคนที่รู้สึก insecure ที่คนอื่นอ่านอะไรไม่เหมือนตัวเอง (ในแง่ที่ว่าอยากยกเอารสนิยมตัวเองอยู่เหนือคนอื่น) และคนที่รู้สึก insecure ที่คนอื่นอ่านอะไรเหมือนตัวเอง (ในแง่ที่รู้สึกว่ารสนิยมตัวเองถูกกระแสมวลชนท่วมทับจนกระทบต่อ identity บางอย่าง) . แต่ถ้าเราเชื่อใน "วัฒนธรรมการอ่าน" มากกว่า "รสนิยมการอ่าน" ใครจะอ่านอะไรก็ไม่ใช่ปัญหา แน่นอนว่ารสนิยมนั้นมีได้ แต่การผูกขาดรสนิยมจนลามไปถึงการผูกขาดวัฒนธรรม รังแต่จะทำให้การอ่านกลายเป็นกิจกรรมที่ถูกสงวนไว้เป็นอภิสิทธิ์สำหรับคนบางกลุ่มเท่านั้น
Sometimes, We Are Eternal หลายวันก่อนฟังเต๋อ นวพล พูดถึงความยากของการสร้าง "โลกสมมติ" ใน Mary is Happy ว่าจะต้องออกแบบฉากยังไงก็ได้ให้ดูเหมือนหลุดลอยไปจากโลกจริงมากที่สุด ให้เหมือนเป็นโลกอีกใบหนึ่ง เป็นเหมือนสถานที่ที่ไม่มีอยู่จริง พอมานึกเปรียบเทียบกับ Human Resource แล้วก็รู้สึกว่าเป็นการสร้างโลกของตัวละครที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เรารู้สึกว่า Human Resource ระดมสรรพกำลังของ "ความสมจริง" ทุกอย่างมาสร้างโลกของตัวละคร ทั้งการถ่ายตึกรามบ้านช่อง ถนนหนทาง การแช่กล้องค้างไว้จุดใดจุดหนึ่งนานๆ รวมถึงสรรพเสียงต่างๆ ที่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา ที่ค่อยๆ ร้อยรัดคนดูเข้ามาอยู่ในความคิดจิตใจและสถานการณ์ต่างๆ ที่ตัวละครต้องพบเจอ จนอยากเรียกว่ามันเป็น Horror Realism มันทำให้เรารู้สึกขนลุกกับสิ่งที่เกิดขึ้น (โดยเฉพาะทุกครั้งที่เป็นฉากขับรถ เราจะรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเหมือนว่าจะต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นตลอดเวลา) เหมือนมันสนทนากับสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของเรา สิ่งที่เคลื่อนผ่านการรับรู้ของเราในแต่ละวันแต่เราไม่ตระหนักว่ามันมีอยู่จนกระทั่งตะกอนของสิ่งนั้นถูกเขย่าขึ้นมา
Sometimes, We Are Eternal  Possession by A.S. Byatt ฉบับแปลไทยใช้ชื่อ “นิยายรักข้ามศตวรรษ” พิมพ์เมื่อปี 2546 (หนา 647 หน้า) จริงๆ เคยเห็นเล่มนี้ตามกระบะหนังสือมือสองมาเป็นสิบกว่าปีแล้ว ร่ำๆ ว่าจะซื้อแต่ก็ลืม จนกระทั่งได้มาเห็นอีกครั้งโดยบังเอิญในเพจหนังสือมือสอง กระดาษเหลืองบ้างตามร่องรอยกาลเวลา แต่โดยรวมสภาพดีมาก
Sometimes, We Are Eternal  . Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) . ฉากที่ทำเราน้ำตาซึมคือฉากสัมภาษณ์น้อง "จิดา" ความสดใสนี้ แววตาเป็นประกายนี้ ที่คงจะค่อยๆ โรยแสงลงเมื่อเจอในสิ่งที่คนดูต่างรู้ว่ามันคืออะไร ยิ่งเห็นความกล้าหาญก็ยิ่งเจ็บ โกรธและเจ็บที่เราปกป้องเขาไม่ได้ เจ็บที่เราไม่มีโลกที่ดีกว่านี้จะหยิบยื่นให้ โกรธและเจ็บที่เราไม่สามารถเหนี่ยวรั้งเอาไว้ได้มากกว่าคำเตือนและคำปลอบใจตัวเองว่า "ก็น้องมันเลือกเอง" ทำไมการเกิดมาเป็นคน (ไทย) มันถึงได้เศร้าขนาดนี้ ทุกข์ระทมขนาดนี้ อับจนหนทางไร้ทางเลือกขนาดนี้ ต้องบิดดัดและขูดรีดตัวเองขนาดนี้ และแล้วคำถามแห่งยุคสมัยก็แว่วมาอีก "ถ้าการเมืองดี..." ทางเลือกในชีวิตของเราจะเปลี่ยนไปแค่ไหน เราจะฝันถึงอะไร จินตนาการถึงชีวิตตัวเองแบบไหนได้บ้าง
Sometimes, We Are Eternal  Why we die

ตะ-เว็น 
Sometimes, We Are Eternal  “ผมเป็นจารชน สายลับแฝง คนสอดแนม ชายสองหน้า บางทีอาจไม่น่าประหลาดใจที่ตัวผมเองเป็นคนสองใจด้วย…”
Sometimes, We Are Eternal  The Ten Love of Mr. Nishino
Sometimes, We Are Eternal  The Sympathizer มาแล้ว แกะจากกล่องพัสดุสดๆ ร้อนๆ
Sometimes, We Are Eternal [https://www.youtube.com/watch?v=0dTF5594VNQ](https://www.youtube.com/watch?v=0dTF5594VNQ)

ตะ-เว็น ตะ-เว็น gave you 5 stars
Sometimes, We Are Eternal  Graphomania