Sometimes, We Are Et...
16 seconds
, 0.0 km away
age 100
male
**_“Maybe love can move mountains. But it isn’t enough to save the person you love.”_**
**― Pedro Almodovar, Pain and Glory**




promo votes
130
all votes
3843
- Pinned

Sometimes, We Are Eternal ลุงเป็นช่างไม้ แกอายุสี่สิบห้าตอนผมอายุสิบขวบ แกหนีออกจากบ้านไปตั้งแต่อายุยี่สิบ ตามหาความฝันและกลับมาพร้อมกับสิ่งที่ไม่มีชื่อเรียก . รถกระบะบุโรทั่งตะลอนไปทั่วทุกจังหวัด เศษขี้เลื่อยเต็มเสื้อผ้า เนื้อตัว ฟุ้งไปทั่วเบาะรถ ใครๆ ต่างบอกว่าแกไม่เป็นโล้เป็นพายและแพ้ชีวิต แต่แกเป็นคนเดียวที่ซื้อไอติมให้ผมกินได้เท่าที่อยากกิน และเหลาไม้ทำเป็นดาบให้ผมมากเท่าที่อยากได้ . House Of The Rising Sun หรือไม่ก็ Take Me Home, Country Roads และเพลงอื่นๆ จากเสียงเทปคาสส์เซ็ตต์ยานๆ ในรถที่ผมได้ยินตั้งแต่จำความได้ . เมื่อเหยียบคันเร่งได้ที่ แกตะโกนร้องตามเพลงเหล่านั้นเหมือนไม่มีผมอยู่ในรถ . บางครั้งเมื่อบุหรี่หมดกลางคัน แกหยิบขวดบรั่นดีจากช่องข้างประตูฝั่งคนขับขึ้นมาจิบ . บางครั้งแกก็เปิดเก๊ะฝั่งที่ผมนั่ง หนังสือเยินๆ ของจอห์น สไตน์เบ็ค, อัลแบร์ กามูส์, และฟรานซ์ คาฟก้า อัดแน่นอยู่ในนั้นจนแทบจะปิดไม่ได้ . "เช้าวันหนึ่งเมื่อเกรเกอร์ แซมซา ตื่นขึ้นมา เขาก็พบว่าตัวเองกลายร่างเป็นแมลงไปเสียแล้ว" . เขานอนอยู่คนเดียวในห้องที่ไม่มีใครเปิดหน้าต่าง พลางครุ่นคิดว่าตัวเองคงบินตามแสงไฟจนเผลอเข้ามาติดแหง็กอยู่ที่นี่ . สายออกซิเจนรุงรัง ลมหายใจรวยริน แต่ตามเสื้อผ้า เนื้อตัว ไม่มีเศษขี้เลื่อยอีกแล้ว . ลุงเป็นช่างไม้ แกอายุห้าสิบห้าตอนผมอายุยี่สิบ แกกลับมาบ้านตอนอายุสี่สิบ หอบชีวิตกลับมาพร้อมกับสิ่งที่ไม่มีชื่อเรียก - Pinned

Sometimes, We Are Eternal คุณออกไปยืนจิบกาแฟริมระเบียงทุกเช้าตรู่ แสงเช้าอาบไล้เรือนผมปรกไหล่ โมงยามนั้น ความทรงจำขึงผ้าใบรอชีวิต เราจะแต่งแต้มสีสันใดลงไปบ้าง รสจูบที่ถักทอจากเช้าหนึ่งสู่เช้าหนึ่ง และอ้อมกอดที่ทบทวีขึ้นทุกวัน เนิ่นนานกว่าที่คุณจะค้นพบบ้าน ตื่นขึ้นในห้องที่ปลอดโปร่ง และใครสักคนที่จะแบ่งปันทุกสิ่งทุกอย่างด้วยกัน แสงเช้าอาบไล้เรือนผมปรกไหล่ อ้อมกอดที่ถักทอจากเช้าหนึ่งสู่เช้าหนึ่ง และรอยจูบที่ทบทวีขึ้นทุกวัน - Pinned

Sometimes, We Are Eternal คุณอาจจะกอด (hug) กับใครได้หลายคน แต่จะมีอยู่ไม่กี่คนที่ทำให้รู้สึกถึงการโอบกอด (embrace) อย่างแท้จริง คุณอาจได้เจอคนๆ นั้นแค่ครั้งเดียวในชีวิตหรือแค่ชั่วขณะหนึ่งที่รู้สึกว่า ณ ห้วงเวลานี้คุณได้อยู่ใจกลางที่ลึกที่สุดของโลกใบนี้แล้ว คนที่มอบความอบอุ่น ความเข้มแข็ง และความมั่นใจว่าโลกนี้ไม่สามารถทำร้ายคุณได้อีกต่อไป และโลกก็ไม่สามารถทำร้ายคนๆ นั้นได้เช่นกัน เพราะในห้วงเวลานี้เราโอบกอดกันอยู่ใจกลางที่ลึกที่สุดของโลก ส่วนที่โลกเอื้อมมือของมันมาไม่ถึง - Pinned

Sometimes, We Are Eternal  . “ผมอยากบอกคู่รักคู่นั้นว่าอย่าไปยึดกับคำสัญญาที่ให้กัน สิ่งที่จะประคองชีวิตคู่ให้ยืนยาว คือการดูแลและรับรู้ รับรู้ว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลง คำสัญญาไม่ช่วยอะไรเลย เมื่อหมดฤดูใบไม้ผลิคุณจะไปคาดหวังให้ต้นไม้ผลิดอกไม่ได้ เพราะดอกของมันจะกลายเป็นผล แล้วสุดท้ายผลก็จะร่วงหล่นไป จากนั้นก็เหลือเพียง ‘สวนที่ไร้ใบ’ ... มันเป็นบทกวีเปอร์เซียน่ะ สวนที่ไร้ใบก็ใช่ว่าจะไร้ความงาม” — Certified Copy (2010) - Pinned

Sometimes, We Are Eternal "การรักใครสักคนก็เหมือนการย้ายเข้าบ้านใหม่ ตอนแรกคุณก็จะตกหลุมรักของใหม่ๆ ทุกอย่าง ตื่นเต้นทุกเช้าว่าทุกอย่างเป็นสมบัติของคุณ ราวกับคุณกลัวว่าจะมีใครพรวดพราดเข้ามาในบ้านแล้วชี้แจงว่าคุณเข้าใจผิดไปเองทั้งหมด คุณไม่สมควรได้อยู่ในบ้านที่แสนสุขสบายขนาดนี้หรอก แต่พอผ่านไปหลายปีเข้า ผนังบ้านก็เริ่มซีด ไม้ก็ผุตรงนั้นบ้างตรงนี้บ้าง แล้วคุณก็เริ่มที่จะรักบ้านหลังนี้ ไม่ใช่ด้วยเหตุที่มันสมบูรณ์แบบ แต่รักความไม่สมบูรณ์แบบของมันมากกว่า คุณรู้จักทุกโพรงและทุกรอยแตก รู้ว่าต้องทำอย่างไรไม่ให้กุญแจติดอยู่ในรูกุญแจเวลาข้างนอกอากาศหนาว รู้ว่าไม้กระดานแผ่นไหนเหยียบแล้วจะยวบ และรู้ว่าจะต้องเปิดประตูตู้อย่างไรไม่ให้มันส่งเสียงดัง ความลับเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เองที่ทำให้บ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณ" . ― Fredrik Backman, A Man Called Ove 
🍒✨ 🍒✨ gave you 5 stars
ִֶָ หยองริ รักอียอร์แต่รักหริมริมากที่สุด . ִֶָ หยองร... gave you 5 stars
Sometimes, We Are Eternal  Tempest (TV Series 2025) . ดูจบไปหลายสัปดาห์แล้ว แต่เพิ่งมีเวลาเขียนถึง ชอบที่เกมการเมืองระดับประเทศคู่ขนานไปกับการเมืองในบ้าน ความแม่ผัว-ลูกสะใภ้ และการช่วงชิงอำนาจระหว่างหญิงม่ายสองคนในโลกที่ "ผู้ชาย" ถ้าไม่ตายไปแล้ว ก็ถูกกีดกันออกจากสนามอำนาจ เราชอบความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกกับคุณป้าที่เป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบันมาก ภายใต้ท่าทีขึงขังใส่กันแบบ "หญิงเหล็ก" แต่คนดูก็สัมผัสได้ถึงเยื่อใยอบอุ่นแบบ motherhood ที่ทั้งสองคนมีให้กันเสมอมา คงไม่เกินเลยนักถ้าจะบอกว่าปมของเรื่องและปมของตัวละครถูกขับเคลื่อนด้วย "ความเป็นแม่" และ "ความขาดแม่" เหมือนกัน ไม่ว่าจะทั้งตัวนางเอกเองหรือแม่ผัว (รวมถึงตัวพระเอก อดีตสามี และน้องอดีตสามีนางเอกด้วย) มันคือการเมืองของพวกลูกกำพร้า (ไม่ว่าจะทั้งความหมายโดยตรงหรือโดยอุปมา ไม่ว่าในแง่สายเลือดหรือในแง่รัฐชาติ) ที่ความขาดรักผลักให้ทั้งอยากปกป้องโลกหรือชิงชังโลก . รู้สึกเบรคหัวทิ่มพอสมควรตอนที่เรื่องหักมาเป็นรักโรแมนติกอย่างชัดเจน แต่ก็อาจจะเข้าใจได้ที่หนังจะใช้จุดนี้ฉายภาพความเป็นมนุษย์ (หลังจากที่เย็นชาและรักษาระยะห่างกันมาทั้งเรื่อง) ที่มีทั้งความอ่อนแอ ความเปราะบาง การโหยหาความสุขในฐานะปัจเจก พร้อมกับคำถามว่าเราต้องแบกรับและปกป้องโลกที่มันเฮงซวยขนาดนี้ไปเพื่ออะไร แต่ถึงพระเอกจะบอกเป็นนัยๆ ว่า "เธอปกป้องโลกไป ฉันจะปกป้องเธอเอง" แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนนางเอกจริงๆ ก็ไม่ใช่ความรู้สึกอยากปกป้องโลกมากเท่ากับความทุกข์ของตัวเอง มันเริ่มต้นจากความรู้สึกว่า "ทำไมสามีฉันถึงถูกฆ่า" เพื่อจะปลดปล่อยตัวเองจากความรักที่หมดอายุไปแล้ว และความสูญเสียอันไม่อาจอธิบายได้
Sometimes, We Are Eternal  จำได้ว่าซื้อเล่มนี้มานานแล้ว แต่ลืมไปเลย
Sometimes, We Are Eternal เมื่อคืนก่อนนอน อ่าน Technofeudalism สนุกดี คนเขียนเล่าว่าทุนนิยมเริ่มกลายร่างด้วยอิทธิพลของอุตสาหกรรมการโฆษณาในอเมริกา และกลยุทธ์การตลาดแบบใหม่ๆ ที่แปรมูลค่าเชิงประสบการณ์ให้กลายเป็นสินค้า (เล่าผ่านตัวละครอย่าง “ดอน เดรเปอร์” จากซีรีส์ Mad Men ที่เป็นภาพแทนของอุตสาหกรรมนี้ในทศวรรษ 1950-60) ซึ่งขยายตัวอย่างมากในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะระบบเศรษฐกิจของอเมริกาต้องการรักษาเสถียรภาพในการผลิตของกลุ่มทุนให้เท่าๆ กับช่วงที่กลุ่มทุนและอุตสาหกรรมเหล่านี้ผลิตอาวุธและอื่นๆ ในช่วงสงคราม คนเขียนเรียกโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการ consolidate กันระหว่างรัฐและทุนนี้ว่า “โครงสร้างเทคโน” . แต่พอสงครามจบแล้ว ไม่รู้จะเอา demand เท่าเดิมแบบในช่วงสงครามมาจากไหน ก็ต้องมาขูดรีดเอาจากมูลค่าเชิงประสบการณ์ (อุตสาหกรรมการโฆษณาและคนอย่างดอน เดรเปอร์ จึงเข้ามามีบทบาทตรงนี้) กล่าวคือ แทนที่จะบริโภคสิ่งนั้นเพราะตัวมันเอง (ตามมูลค่าการแลกเปลี่ยน) ก็จำเป็นต้องเสริมมูลค่าเชิงประสบการณ์ (บริโภคเพื่อสร้างอัตลักษณ์หรือเชื่อมโยงกับชุดคุณค่าบางอย่าง) เข้าไปเพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริโภคมากขึ้น
Sometimes, We Are Eternal ช่วงนี้ได้อ่านหนังสือเชิงวิชาการ 2 เล่ม ที่ทำให้เรารู้สึก appreciate กับทั้งเรื่องที่เขาเขียน (ด้วยมุมมองอันละเอียดละออและช่างสังเกต) และวิธีการเขียนของเขา (ด้วยลีลาการเล่าเรื่องและร้อยเรียงประเด็นอย่างมีชั้นเชิง) เล่มแรกเคยกล่าวถึงไปบ้างแล้วคือ “เจ้าของแผนที่” (Owners of the Map) . วันนี้ได้เจออีกเล่มที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นอีกครั้งคือ “เทคโนศักดินา” (Technofeudalism) ของ Yanis Varoufakis ที่หลอมรวมทั้งความทรงจำและประสบการณ์ส่วนตัวเข้ากับการอธิบายแนวคิดทฤษฎี (วัตถุนิยมประวัติศาสตร์, แรงงานและมูลค่าส่วนเกิน) อย่างเปี่ยมด้วยหัวจิตหัวใจ
Sometimes, We Are Eternal  . Mercy for None (TV Series 2025) . แม้ฉากหน้าจะเป็นความแอคชั่นเลือดสาด แต่หนังซ่อนประเด็นน่าสนใจไว้หลายประเด็น ไล่ไปตั้งแต่วิธีคิดที่ไม่ลงรอยกันระหว่างคนรุ่นพ่อกับรุ่นลูก คนรุ่นพ่อเคารพกฎและคุณธรรมของแก๊ง แต่คนรุ่นลูกก็อยากท้าทายมันเพื่อพิสูจน์ตัวเองและเปลี่ยนแปลงบางอย่าง อยากสร้างฉันทมติใหม่ อยากแบ่งสรรอำนาจใหม่ไปให้พ้นจากร่มเงาคนรุ่นพ่อ ไม่ว่าจะด้วยความร้อนวิชาแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือด้วยความแยบยล ไม่ว่าจะด้วยอำนาจในระบบ (กฎแบบตาต่อตาฟันต่อฟันในแบบแก๊ง) หรือด้วยอำนาจนอกระบบ (เงื้อมมือรัฐที่เข้ามาหาประโยชน์อีกทอดหนึ่ง) แต่ความขัดแย้งในปัจจุบันก็ทำให้ทุกคนต้องกลับไปจัดการอดีตกันใหม่ บางคนอยากฝังกลบมัน บางคนอยากฉวยใช้ประโยชน์จากมันมาควบคุมปัจจุบัน . นัมกีจุนเองก็เหมือนสัตว์ร้ายที่ถูกล่ามไว้แล้ว (ถูกทำให้?) หลุดออกมา เขาไม่เคยสนใจอำนาจและผลประโยชน์ ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ตลอดทั้งเรื่องเราจะเห็นเขาถามแค่ว่า "ใคร" (ใครที่ฆ่าน้องกู แล้วถ้าไม่ใช่มึง กูต้องไปฆ่าใครต่อ) กับ "ทำไปทำไม" แล้วคำตอบทุกอย่างก็วนกลับมาที่การ "เลือก" (และไม่เลือก) ของเขาเมื่อ 11 ปีก่อน ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เหมือนพระราชาเอดิปุสที่เพิ่งมาตระหนักรู้ว่าใครคือฆาตกรที่แท้จริง
Sometimes, We Are Eternal  Technofeudalism

✨️🐻 You got splashed for 20 points
มาเป็นถังเลยเหรอSometimes, We Are Eternal 6 days
เดะไม่ทั่วตัววว😗✨️🐻 6 days

Sometimes, We Are Eternal  Think Like a Commoner อ่านเอาวิธีคิดและแรงบันดาลใจ
Sometimes, We Are Eternal แม้ความเป็นไปได้จะไม่เคยมองความสมบูรณ์แบบ แต่ความสมบูรณ์แบบกลับไม่อาจละทิ้งความเป็นไปได้และคอยแต่จะมองหามันเพื่อเติมเต็มตัวเองอยู่เสมอ เพราะมีแต่การมองหาความเป็นไปได้เท่านั้นที่จะช่วยให้สิ่งต่างๆ ล่วงพ้นข้อจำกัดของตัวเองและเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากที่สุด . ความสมบูรณ์แบบอาจกล่าวว่า เพราะมีความเป็นไปได้ จึงมีความสมบูรณ์แบบ แต่ความพยายามผูกมิตรนี้กลับล้มเหลวทุกครั้งไป เพราะความเป็นไปได้ไม่เคยมองหาความสมบูรณ์แบบ ความเป็นไปได้จะมองหาก็แต่เฉพาะความเป็นไปได้เท่านั้น
Sometimes, We Are Eternal  พำนักในนรก A Short Stay in Hell
Sometimes, We Are Eternal  . No Other Choice (2025) . ก่อนจะดู ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าหนังจะเล่าแบบ Dark Comedy พอมาถึงช่วงกลางๆ เรื่องที่เหตุการณ์ทุกอย่างดูอีรุงตุงนังไปหมด ก็เลยรู้สึกเหวอๆ เล็กน้อย แต่ก็ด้วยความอีรุงตุงนังของเรื่องราวและความลนลานของตัวเอกนี่แหละที่ฉายภาพความกระเสือกกระสนดิ้นรนของคนเราได้อย่างน่าหัวร่อและน่าสมเพช มีหลายครั้งที่เขามองเห็นคนอื่น (คนที่เขาจะฆ่า) ในตัวเอง เห็นความรักความหลงใหลในวิชาชีพ เห็นความเจ็บปวดจากการต้องแบกความฝันของตัวเองไปพร้อมกับแบกภาระหน้าที่ของครอบครัวเหมือนกัน แต่ที่สุดแล้วสิ่งเหล่านั้นก็ไม่อาจยับยั้งไม่ให้เขาลงมือ กลับกลายเป็นว่ายิ่งมองเห็นคนอื่นในตัวเองเท่าไหร่ ภาพชีวิตอันพังทลายของคนเหล่านั้นก็ยิ่งสั่นคลอนภาพชีวิตแสนสุขของตัวเองที่เขาวาดหวังไว้ พูดอีกแบบคือ นอกจากความรู้สึกร่วมในชะตากรรมเดียวจะไม่ทำให้เกิด Solidarity แล้ว (แน่นอนว่ามันไม่ได้เกิดได้ง่ายขนาดนั้น) ยังกลายเป็นปีศาจแห่งการเปรียบเทียบว่าจะทำยังไงก็ได้ไม่ให้ตัวเองต้องลงเอยแบบนั้น
Sometimes, We Are Eternal  อิทธิพลจากการฟัง podcast “นินทานิทาน” ต่อกันหลายๆ ตอน ทำให้เราผู้ซึ่งแทบจะไม่เคยสนใจ Ancient History หรือวรรณกรรมศตวรรษที่ 18-19 เลย (Not my cup of tea สุดๆ) ต้องหันไปหาวรรณกรรมศตวรรษที่ 18-19 มาอ่าน เที่ยวเดินหาซื้อหนังสือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับกรุงโรมมาอ่าน ถ้าเป็นเมื่อ 2-3 ปีก่อน (หรือแม้แต่เมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อน) นึกภาพไม่ออกเลยว่าตัวเองจะสนใจเรื่องพวกนี้ได้ยังไง

✨️🐻
ไหว้พระเถอะลูกSometimes, We Are Eternal 2 weeks

Sometimes, We Are Eternal  Confessions of a Mask, Yukio Mishima
Sometimes, We Are Eternal  La chambre claire

✨️🐻 ✨️🐻 gave you 1 stars
ที่1ในใจไปเล้ยยย✨️🐻 2 weeks
ที่ 1 ไม่ไหวSometimes, We Are Eternal 2 weeks